ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำ

ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำ แหล่งน้ำตามธรรมชาติ แหล่งน้ำตามธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นบ่อน้ำตื้น รองลงมาเป็นบ่อบาดาล และสระน้ำขนาดเล็กภายในหมู่บ้าน ซึ่งจะใช้เป็นทั้งน้ำดื่ม-น้ำใช้ และเพื่อการเกษตร ป่าไม้ จังหวัดสตูลมีเนื้อมี่ประมาณ 1,549,361 ไร่ หรือ ประมาณ 2,478.997 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ป่าไม้ป่าสงวนแห่งชาติ 18 แห่ง เป็นป่าบก 13 แห่ง และป่าชายเลน 5 แห่ง ดังนี้
1. ป่าสงวนแห่งชาติป่าชายเลน จำนวน 5 ป่า เนื้อที่ 277,436.55 ไร่
2. ป่าสงวนแห่งชาติป่าบก จำนวน 13 ป่า เนื้อที่รวม 452,538 ไร่
3. อุทยานแห่งชาติ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติทะเลบัน เนื้อที่ 122,500 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ทะเล 500 ไร่ พื้นที่บก 121,875 ไร่ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เนื้อที่ 931,250 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ทะเล 763,625 ไร่ พื้นที่บก 167,625 ไร่ และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เนื้อที่ 187,656.25 ไร่ แยกเป็น พื้นที่ทะเล 172,462.50 ไร่ พื้นที่บก 15,193.75 ไร่
4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 2 แห่ง เนื้อที่ รวม 137,493 ไร่ คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด เนื้อที่ 88,250 ไร่ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง เนื้อที่ 49,243 ไร่
5. เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 1 แห่ง คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองปลักพระยา เนื้อที่ 12,770 ไร่

ป่าบก มี 13 แห่ง ประกอบด้วย

1. ป่าควนบ่อน้ำ
2. ป่าเขาค้อม
ป่าเขาแดง
ป่าเขาใหญ
3. ป่าควนบาราย
ป่าควนโรงพัก
ป่าควนสังหยุด
4. ป่าพยอมงาม
5. ป่าตระ
ป่าห้วยหลอด
ป่าเขาขุมทรัพย์
6. ป่าควนทั้ง
ป่าเขาขาว
7. ป่าควนโต๊ะอม
ป่าควนขี้หมา
ป่าควนหิน
8. ป่ากุบัง
ป่าปุโหลด
9. ป่าห้วยบ่วง
ป่าเขาแดง
ป่าเขาโต๊ะดู
10. ป่าหัวกะหมิง
11. ป่าควนกาหลง
12. ป่าเขาหมาหยก
13. ป่าดงเชือกช้างป่าชายเลน มี 5 ป่า ประกอบด้วย
1. ป่าเลนจังหวัดสตูล ตอนที่ 1
2. ป่าเลนจังหวัดสตูล ตอนที่ 2
3. ป่าเลนจังหวัดสตูล ตอนที่ 3
4. ป่าเลนจังหวัดสตูล ตอนที่ 4
5. ป่าเลนจังหวัดสตูล ตอนที่ 5
ที่มา: สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูล

แหล่งน้ำ

แหล่งน้ำตามธรรมชาติที่สำคัญๆ ใช้สำหรับการเกษตรและอุปโภคบริโภคในจังหวัดสตูล ได้แก่
1. คลองละงู ต้นน้ำอยู่บริเวณเทือกเขาด้านใต้ของจังหวัดตรังและสงขลา ไหลมาทางเหนือ ของจังหวัดตามแนวเส้นแบ่งเขตอำเภอละงูและอำเภอควนกาหลง ไหลออกสู่ทะเลบริเวณปากคลองปากบาราซึ่งเป็นท่าเทียบเรือ สำหรับการเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา ส่วนคลองแยกด้านในไหลออกสู่ทะเลบริเวณบ้านบ่อเจ็ดลูก และเกาะเขาตะโล๊ะเบนแต
2. คลองลำโลนน้อย ต้นน้ำอยู่บริเวณเขาเขียว เขาไคร เขาโต๊ะ ไหลผ่านเขตอำเภอ ควนกาหลง มาบรรจบกับคลองละงูที่บ้านตาแหลม เป็นคลองที่มีสายน้ำไหลตลอดทั้งปี
3. คลองบาราเกต ต้นน้ำอยู่บริเวณเขาสามร้อยยอด ดอนสีเดน ไหลผ่านอำเภอควนกาหลง เข้าสู่อำเภอท่าแพ และไหลออกสู่ทะเลบริเวณปากอ่าวเกาะแดง สำหรับส่วนที่ไหลผ่านอำเภอท่าแพ เรียกว่า คลองท่าแพ
4. คลองมำบัง ต้นน้ำอยู่บริเวณเทือกเขาระหว่างอำเภอควนกาหลง กับอำเภอควนโดน ประกอบด้วยห้วยเล็กๆหลายสายไหลรวมกัน ผ่านเขตเทศบาล สถานีตำรวจน้ำเกาะนก และไหลออกสู่ทะเลบริเวณอ่าวตำมะลัง
5. คลองท่าจีน ต้นน้ำเกิดจากบริเวณเทือกเขาติดกับประเทศมาเลเซีย เขตอำเภอเมือง สตูล คลองสายนี้อยู่ด้านทิศตะวันออกของอำเภอเมืองสตูล ไหลออกสู่ทะเลบริเวณอ่าวท่าจีน
นอกจากนี้ ยังมีคลองสายสั้นๆ อีกหลายสาย เช่นคลองปูยู คลองเจ๊ะบิลัง คลองทุ่งริ้น ซึ่งคลองต่างๆทั้งหมด ในจังหวัดสตูลส่วนใหญ่ช่วงที่อยู่ใกล้ทะเล ก่อนไหลออกสู่ทะเลจะมีปากคลองขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังได้อย่างดี

อุทยานแห่งชาติ
มี 3 แห่ง รวมเนื้อที่ประมาณ 4,054.90 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,537,512.50 ไร่ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติทะเลบัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

แร่ธาตุ

สภาพทางธรณีวิทยาของจังหวัดสตูล มีชั้นหินที่อายุแตกต่างกันหลายยุค ทำให้มีการพบแหล่งแร่ และแร่ที่สำคัญหลายชนิดด้วยกัน เช่น แบไรต์พบบริเวณอำเภอทุ่งหว้า และอำเภอควนกาหลง พลวงพบบริเวณอำเภอควนกาหลง และอำเภอละงู ดีบุกพบบริเวณอำเภอควนโดนและอำเภอควนกาหลง และนอกจาก นั้น ยังพบแร่อื่นๆอีกหลายชนิด เช่น ถ่านหิน หินปูน และวุลแฟรม เป็นต้น
ในปี 2547 จังหวัดสตูลมีเหมืองแร่ที่มีสัมปทานและเปิดทำการ 3 แห่ง คนงาน 45 คน รายได้จากค่าภาคหลวงแร่และค่าธรรมเนียมแร่ จำนวน 2,989,470 บาท แร่ธาตุที่สำคัญ คือ แบไรต์ พลวง และหินอุตสาหกรรม เป็นต้น
การประกอบกิจการเหมืองแร่จังหวัดสตูลยังทำเป็นกิจการขนาดเล็ก พื้นที่ ๆ ได้ออกอาชญาบัตรประทานบัตรและขออนุญาตผูกขาดสำรวจแร่ในการดำเนินกิจการเหมืองแร่ไปแล้วนั้น มีดังนี้
1. กิจการทำเหมืองแร่พลวง อำเภอควนกาหลง เนื้อที่ 14 ไร่ 50 ตารางวา และ อำเภอละงู เนื้อที่ 8,600 ไร่
2. กิจการทำเหมืองแร่พลวง- ตะกั่ว ในอำเภอละง เนื้อที่ 1,886 ไร่
3. กิจการทำเหมืองแร่พลวง- ตะกั่ว- วุลแฟรม ในอำเภอละงู เนื้อที่ 1,875 ไร่

จำนวนเหมืองแร่ กรรมกร และรายได้ ปี 2545 - 2549

ปี พ.ศ.

จำนวน

จำนวน

รายได้

เหมืองแร่
(เหมือง)

กรรมกร
(คน)

ค่าภาคหลวงแร่
(บาท)

ค่าธรรมเนียมแร่
(บาท)

รวม
(บาท)

2545

4

55

1,192,901.44

111,395.78

1,304,297.22

2546

4

73

2,210,382.96

65,815.70

2,276,198.66

2547

3

45

1,904,522.00

1,084,948.00

2,989,470.00

2548

2

53

1,446,682.00

72,746.14

1,519,428.14

2549
2
53
1,446,682.00
72,746.14
1,519,428.14